บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า คืออะไร จำเป็นมั้ย

คำถามนี้คงเป็นคำถามสากลไปแล้วล่ะค่ะ สำหรับผู้ที่เริ่มทำงานออฟฟิตใหม่ๆ หรือเริ่มมีเงินเดือน มีฐานเงินที่มั่นคงพอที่จะใช้จ่ายซื้อของได้แบบสนุกสนานกันแล้ว อย่างที่บอกและเกริ่นนำไปข้างต้นว่า ถ้าเป็นพนักงานใหม่ๆ นักศึกษาจบใหม่ๆ จะตั้งคำถามเรื่องนี้ทันที ว่าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดคืออะไร จะเป็นต้องใช้หรือไม่ เกือบๆ ทุกบริษัทเลยค่ะ จะมีบูธเกี่ยวกับบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลมาตั้งตระหง่านเป็นเดือนๆ แถวๆ หน้าบริษัท และแนะนำโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย จนบางทีทำให้เราเกิดข้อสงสัยที่ว่า เอ๊ะ! ทำไมคนที่ทำงานส่วนใหญ่ถึงจะต้องมีบัตรเครดิต พนักของบูธทำไมต้องพุ่งตรงมาที่เราด้วย ประหนึ่งตูเป็นพระเจ้า บทความนี้จึงจะมาตอบคำถามพวกนี้ให้กระจ่างค่ะ

บัตรเครดิต คืออะไร

บัตรเครดิตคือบัตรที่เป็นสี่เหลี่ยมๆ (ยังไมเคยเห็นแบบหกเหลี่ยมนะ) เป็นบัตรที่ธนาคาร หรือ สถาบันการเงินต่างๆ ออกให้ เป็นบัตรที่ใช้แทนเงินสด หรือพูดแบบภาษาบ้านๆ ว่า เป็นบัตรที่ธนาคารเอาเงินของธนาคารยัดใส่ไปให้ในบัตรก่อน ให้ยืมเงินในบัตรไปรูดซื้อสินค้าได้ตามใจชอบ รูดซื้อจนพอใจเมื่อไหร่ ค่อยเอาเงินมาคืน หากคืนเงินครบแล้วก็ให้เงินยืมใหม่ได้เรื่อยๆ และหากคืนดี ผ่อนดี ธนาคารก็จะให้วงเงินเพิ่มขึ้น ให้เงินใช้เยอะขึ้นไปอีก อีกทั้งบัตรเครดิตยังครอบคลุมเรื่องการกู้เงินเกือบทุกๆ อย่าง มีวงเงินให้ซื้อสินค้ากันเป็นว่าเล่น วงเงินซื้อคอมพิวเตอร์ วงเงินซื้อมือถือ วงเงินซื้อทอง วงเงินกดเงินสด หลากหลายวงเงินมาก ถ้าดูกันดีๆ บัตรเดียวสามารถทำให้เราเป็นหนี้ได้เกือบแสนบาทเลยทีเดียวค่ะ โดยผู้ที่ถือบัตรเครดิตส่วนใหญ่ มักเป็นผู้ที่มีรายได้มาก หรือมีรายได้ที่มั่นคง จนบางครั้งอาจเป็นอันตรายได้ถ้าใช้วงเงินที่ธนาคารให้อย่างบ้าคลั่งจนเกินขีดจำกัด

บัตรผ่อนสินค้า คืออะไร

บัตรผ่อนสินค้า ส่วนใหญ่ออกมาเพื่อให้ผู้ถือ ผ่อนสินค้าได้อย่างเดียว มักจะนำมารูดซื้อสินค้าเหมือนบัตรเครดิตไม่ได้ ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า บัตรเครดิตจะมีวงเงินให้รูดสินค้า และ ให้ผ่อนสินค้า แยกกันคนละวงเงินและหลายวงเงินมาก แต่บัตรผ่อนสินค้าส่วนใหญ่จะมีวงเงินให้ผ่อนสินค้าเพียงอย่างเดียว รูดซื้อสินค้าไม่ได้ มักจะใช้กับผู้ที่มีรายได้ต่ำ ไม่เยอะมาก รายได้ขั้นต่ำ 6000 ก็สามารถสมัครบัตรผ่อนสินค้าได้แล้วค่ะ

บัตรกดเงินสด คืออะไร

คือบัตรที่สถาบันการเงินให้เรายืมเงินไปใช้ก่อนโดยผ่านการกดเงินสดจากตู้ที่ร่วมรายการ อาจผ่อนสินค้าได้หรือไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ คือรูดสินค้าไม่ได้ค่ะ อย่างที่บอกว่ามันเป็นบัตรกดเงินสด หน้าที่ของมันก็จะมุ่งเน้นไปที่การกดเงินสดค่ะ เงื่อนไขคล้ายๆ กับบัตรผ่อนสินค้านะ และสมัครง่ายมากกว่าด้วย ถ้ามีรายได้มั่นคงหรือบางทีไม่มั่นคงก็สมัครได้ (งง เหมือนกัน)ขอให้สถานที่ทำงานมีเป็นตัวเป็นตน มีเบอร์ติดต่อ ก็สมัครได้เลยค่ะ แต่อาจจะได้วงเงินกดเงินสดไม่มาก ธนาคารมักดูการผ่อนชำระว่าดีหรือเปล่า ถึงจะค่อยๆ เพิ่มวงเงินให้เองอัตโนมัติ

บัตรเดบิต คืออะไร

เป็นบัตรที่อยู่ในรูปแบบเดียวกันกับบัตรเอทีเอ็ม สังเกตง่ายๆ ว่า ถ้ามีคำว่า VISA อยู่หน้าบัตร จากบัตรเอทีเอ็มธรรมดา จะเปลี่ยนเป็นบัตรเดบิตทันที ความสามารถของบัตรเดบิตคือทำหน้าทีแบบเดียวกับบัตรเครดิต ต่างกันแค่ว่าเงินที่เอามาใช้คือเอามาจากเงินของคุณเองในบัญชีออมทรัพย์ที่คุณผูกเอาไว้กับบัตรเอทีเอ็ม ไม่ใช่เงินที่มาจากการยืมของธนาคาร เอามาถือเก๋ๆ แทนการถือเงินสดเท่านั้นแหละค่ะ ^^

จากบัตรต่างๆ ข้างต้นถือได้ว่าเป็นบัตรที่ทำให้เรามีภารหนี้สินขึ้นได้ทันทีถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ไม่เพียงแต่บัตรเดบิตเท่านั้นค่ะ บางครั้งเราสนุกกับบัตรเดบิตอย่างเต็มที โดยลืมคำนึงถึงว่าเงินที่เราเอามาใช้ นั่นคือเงินออมทรัพย์ทั้งชีวิตของเรา บางคนใช้ผิดใช้ถูก ใช้สลับกันจน งง ก็ทำให้เราเสียเงินบางอย่างที่ไม่ควรจะเสียไปก็เป็นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า ไม่ได้ทำมาให้เราเป็นหนี้เป็นสินอย่างเดียว บางทีบัตรเครดิตยังบ่งบอกถึงความเก๋ไก๋ยูเรก้าของผู้ถืออีกด้วย บอกถึงความรวย ความมหาเศรษฐีโดยการแบ่งประเภทของบัตร ทำให้ผู้ที่ถือดูเป็นคนที่บุคลิกดี รวย หล่อ สวยเท่ได้เลย ถ้ามีบัตรเครดิตที่จัดอยู่ในประเภท Gold หรือ Premium

โดนหลอกแน่นอน!! ห้ามโอนเงินให้กับผู้ที่แอบอ้างขอเก็บดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมก่อน หรือเป็นค่าดอกเบี้ยงวดแรก หรือค่าประกันต่างๆ เพราะเป็นมิจฉาชีพที่แอบอ้าง หากท่านได้ทำการโอนเงินไปก่อน โปรดเตรียมใจเอาไว้เลย ถูกหลอกแน่นอน